Make your own free website on Tripod.com

Thai Banner
Thai Banner

ข้อสอบแบบอัตนัย

1. คอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอะไรบ้าง จงอธิบาย
	    ระบบคอมพิวเตอร์จะประกอบด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ต่างๆ กัน จะถูกนำมารวมไว้
เป็นระบบ องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์จะประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้
	1. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) ทำหน้าที่อ่านข้อมูลที่บันทึกไว้ในสื่อข้อมูลนำเข้า (Input Media) ซึ่งอยู่
                    ในรูปแบบต่างๆ กัน แล้วแปลงข้อมูลที่นำเข้าให้กลายเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ
	    ได้ แล้วส่งไปยังหน่วยความจำหลักของ CPU เพื่อประมวลผลข้อมูลต่อไป
	2.  หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)  ประกอบด้วย
	     2.1 หน่วยความจำ (Memory Unit) ทำหน้าที่จำข้อมูลที่รับเข้ามีอยู่ 2 ประเภทคือ
		- หน่วยความจำหลัก(Primary Storage) ถูกสร้างมาพร้อมกับตัวเครื่อง ไม่สามารถเคลื่อนย้าย
		  ได้  ทำหน้าที่เก็บข้อมูลและคำสั่ง
		- หน่วยความจำสำรอง(Secondary Storage) เป็นหน่วยความจำภายนอกเครื่อง เพื่อช่วยเก็บ
		  ข้อมูลเสริมจากหน่วยความจำหลัก
     	    2.2 หน่วยคำนวณและตรรกะ(Arithmetic/Logic Unit : ALU) ประกอบด้วย
		- การคำนวณทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ + , - , * , /
		- เปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์ ได้แก่ > , < , = , < >
     	    2.3 หน่วยควบคุม(Controller หรือ Control Unit) ทำหน้าที่ควบคุมและประสานงาน   ของระบบ
	          คอมพิวเตอร์ทั้งระบบ โดยทั่วไปแล้ว หน่วยความจำ หน่วยคำนวณและตรรกะ และหน่วยควบคุม
	          จะทำงานสัมพันธ์กัน จะขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไปไม่ได้ จึงเรียกว่า หน่วยประมวลผลกลาง
	3. หน่วยแสดงผลลัพธ์(Output Unit) ทำหน้าที่รับสารสนเทศหรือข่าวสารในรูปของสัญญาณไฟฟ้าจาก 
	    CPU แล้วแปลงข่าวสารนั้น ให้อยู่ในรูปแบบแสดงผลลัพธ์ในสื่อข้อมูลแบบต่างๆ ซึ่งการแสดง
	    ผลลัพธ์ แสดงได้ 2 แบบ   คือ
	    - Hard Copy คือ การแสดงผลลัพธ์ที่สามารถเก็บข้อมูลไว้ดูภายหลังได้ เช่น กระดาษ , Diskette 
	    - Soft Copy คือ การแสดงผลลัพธ์ที่ไม่มีสำเนา และเก็บไว้ดูภายหลังไม่ได้ เช่น จอภาพ 

2.  ขั้นตอนในการพัฒนาระบบสารสนเทศมีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง จงอธิบาย
	ขั้นตอนในการพัฒนาระบบสารสนเทศ มีดังนี้
	1. ขั้นการสำรวจ (Survey)
	    เป็นงานขั้นแรกที่กระทำ โดยนักวิเคราะห์จะสอบถามผู้บริหาร ซึ่งเป็นผู้ใช้งาน MIS ถึงความต้อง
	    การต่างๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้เสนอแนะวิธีที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหา บางครั้งเรียกว่า การ
	    ศึกษาความเป็นไปได้ "Feasibility Study"
	2. การวิเคราะห์โครงสร้าง (Structured Analysis)
	    เป็นขั้นตอนที่นำผลการศึกษาถึงความเป็นไปได้ รวมทั้งการสอบถามเพิ่มเติมจากผู้ใช้  MIS  
	    เพื่อนำมาประเมินเกี่ยวกับงบประมาณและระยะเวลาในการออกแบบและใช้งาน MIS เอกสาร
	    จากการวิเคราะห์โครงสร้างมักอยู่ในรูปของกราฟ หรือ รูปภาพแสดงขั้นตอนต่างๆ
	3. การออกแบบโครงสร้าง (Structured Design)
	    เป็นการพิจารณาจำนวนโปรแกรมที่จะใช้ภายในระบบ แต่ละโปรแกรมจะทำงานเป็นอิสระอยู่ใน
	    ลักษณะโมดูลโปรแกรม (Program Module)
	4. การศึกษาถึงฮาร์ดแวร์ (Hardware Study)
	    การศึกษาถึงฮาร์ดแวร์ที่จะใช้ในระบบ MIS เป็นงานสองขั้นตอนที่สามารถดำเนินไปพร้อมๆ กัน
	5. ขั้นตอนการจัดเตรียมอุปกรณ์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Implementation)
	    เป็นขั้นตอนที่เปลี่ยนการทำงานจากระบบเดิมไปสู่ระบบใหม่ ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ซึ่งมี
	    ผู้บริหารงานจะต้องวิเคราะห์ความเหมาะสมว่าจะเปลี่ยนแปลงโดยวิธีใด
	6. ขั้นเปลี่ยนไปใช้คอมพิวเตอร์ (Conversion)
	    เมื่อผ่านขั้นตอนการจัดเตรียมอุปกรณ์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์แล้ว นำข้อมูลหรือโปรแกรม
	    ต่างๆ ลงเครื่องคอมพิวเตอร์  ซึ่งจะนำไปใช้งานต่อไป
	7. การศึกษาปัญหาหลังการใช้ MIS และการบำรุงรักษา (Post Implementation and 
	    Maintenance)
	     เป็นขั้นตอนการประเมินผลการใช้งานระบบใหม่ โดยนำไปเปรียบเทียบกับผลที่ได้จากการวิเคราะห์และการ
	     สำรวจ ว่ามีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด แล้วทำการปรับระบบหรือเปลี่ยนระบบให้เหมาะสม


3.   จงบอกถึงประโยชน์ของ Internet มาโดยละเอียด
	ประโยชน์ของ Internet มีดังนี้
	1. เปิดโลกกว้างสู่แหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ทั่วโลก
	2. ประโยชน์ทางด้านการศึกษา
	    - ยกระดับมาตรฐานการศึกษาทั่วประเทศ
	    - กระจายความเจริญและทรัพยากรทางด้านการศึกษาไปยังพื้นที่หรือจังหวัดห่างไกล
	    - เปิดโลกทัศน์ทางด้านการศึกษาของเยาวชนไทยให้กว้าง
	    - ข้อมูลที่ได้จะมาจากแหล่งข้อมูลจริง และทันต่อเหตุการณ์
	    - สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา
	    - ทำให้เกิดห้องสมุดเสมือน (Virtual Library) ซึ่งสามารถค้นคว้าข้อมูลได้ตามต้องการ
	3. ประโยชน์ทางด้านธุรกิจ
	    - สร้างภาพพจน์ความเป็นผู้นำแก่กลุ่มธุรกิจ
	    - ความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร
	    - ข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตมีความหลากหลายและกว้างขวางทำให้การประกอบธุรกิจเป็นไปอย่างมี
	      ประสิทธิภาพ
	    - เพิ่มการบริการที่ดีแก่ฐานลูกค้าปัจจุบัน
	    - เพิ่มช่องทางการนำเสนอบริษัทและผลิตภัณฑ์ แก่
		* สาธารณชน
		* ตลาดสินค้าที่กว้างมากขึ้น
		* เป็นช่องทางในการกระจายข้อมูลทั่วโลก
		* ค่าใช้จ่ายในการสื่อสารข้อมูลต่ำ เมื่อเทียบกับการใช้โทรสารหรือโทรศัพท์ และการ
		   โฆษณา
	4. ประโยชน์ทางด้านสังคม
	    - ส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
	    - ประหยังทรัพยากรที่มีคุณค่า
	    - สนับสนุนให้ประชากรมีทักษะในด้านคอมพิวเตอร์เพิ่มมากขึ้น
	    - เพิ่มทางเลือกในการนำเสนอข้อมูลและเทคโนโลยี


4. Mobile Internet คืออะไร มีลักษณะอย่างไร จงอธิบาย
	Mobile Internet หมายถึง ระบบ Internet เคลื่อนที่ หรือ Internet มือถือ
	Mobile Internet ถือกำเนินมาจากแนวความคิดที่ว่าต้องการให้ USER สามารถเข้าถึงหรือค้นหา
ข้อมูลจาก Internet ได้ในทุกที่ทุกเวลา จึงได้เริ่มคิดค้นวิธีการที่จะสามารถทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถเข้า
สู่ Internet ได้ โดยเริ่มแรกนั้นจะเป็นการส่งข้อความข่าวสารสั้นๆ ถึงกันก่อน หรือ SMS (Short Message 
System) ต่อจากนั้น ได้ให้บริการในการเชื่อมสัญญาณเข้ากับสถานีรถไฟและสนามบิน เพื่อรายงานตารางเวลา
เที่ยวบินหรือรอบโดยสารต่างๆ ให้แก่ลูกค้า โดยในยุคแรกๆ จะมุ่งหวังเพียงผลกำไร จากบริษัททัวร์ต่างๆ แต่
ต่อมาเมื่อ Internet ได้รับความนิยม จึงได้มีผู้เริ่มที่จะนำเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่มาใช้ค้นหาข้อมูลใน Internet ได้
โดยบริษัท Nokia และ Ericson ได้ร่วมมือกันคิดค้น WAP (Wireless Application Protocal) เพื่อเป็น
ข้อตกลงร่วมกันสำหรับข้อมูลที่จะสามารถส่งผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้วไปค้นหาข้อมูลใน Internet
	ลักษณะการทำงานของ Mobile Internet คือ
	1. มี 2 ระบบ ในการสื่อสาร คือ
		- ระบบวิทยุ
		- ระบบ Internet เดิม
       	   โดยเมื่อเราใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อจะค้นหาข้อมูลใน Internet ข้อมูลจะส่งด้วยคลื่นวิทยุออก
ไปโดย WAP  จากนั้น WAP จะทำการแปลงสัญญาณโดยผ่าน WAP Server เพื่อให้เป็น TCP/IP ที่ส่ง
ข้อมูลแบบ HTTP เพื่อเข้าไปค้นหาข้อมูลใน Internet จากนั้นจะส่งผ่าน WAP Server เพื่อแปลงสัญญาณ
เป็นคลื่นวิทยุแล้วส่งกลับมายังโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ร้องขอไป
	2. โทรศัพท์เคลื่อนที่จะต้องมีซิมการ์ด (SIM Card) ซึ่งเปรียบเสมือน IP Address ของเรา
	3. ข้อมูลที่ได้จะกะทัดรัด และน้อยกว่า Internet เพราะอุปกรณ์แสดงผลและหน่วยความจำของ
โทรศัพท์เคลื่อนที่จะน้อยกว่าคอมพิวเตอร์
	4. โทรศัพท์จะใช้งาน WAP จะต้องรับส่งข้อมูลเป็นแบบ Digital เท่านั้น


5.  Windows XP คืออะไร มีลักษณะอย่างไร จงอธิบาย
	Windows XP คือ ระบบปฏิบัติการวินโดว์ระบบใหม่ 
	XP ย่อมาจาก Experience หมายถึง ประสบการณ์ใหม่ ซึ่งตัว Windows XP นี้ได้มีการรอง
รับการเปลี่ยนแปลงอินเทอร์เฟสใหม่ๆ ด้วยการใช้ Skin มีการทำงานที่เสถียรกว่าเก่า และที่สำคัญมีระบบ
รักษาความปลอดภัยที่แน่นหนากว่าเดิม
	SAP : Secure Audio Path เป็นระบบที่ฝังไว้ในระดับเคอร์เนลของระบบ ซึ่งจะทำให้วินโดว์
เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสมที่สุดที่นักดนตรีจะได้พบกับโลกใหม่แห่งเทคโนโลยีเพลงดิจิตอล โดยไม่ต้องห่วง
ว่าผลงานเพลงของตนจะถูกละเมิดลิขสิทธิ์อีกต่อไป
	SAP สามารถทำงานโดยทำหน้าที่เป็นระบบรักษาความปลอดภัยและป้องกันเพลงดิจิตอล โดย
ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสผ่านที่เรียกว่า Digital Right Management หรือ DRM ซึ่งจะทำให้เพลงที่ถูก
เข้ารหัสนั้นสามารถเปิดไฟล์เพลงได้เฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์หรือได้รับอนุญาตเท่านั้น ยังป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีสิทธิ์เปิด
ไฟล์เพลงนำเพลงไปปรับแต่ง ตัดต่อ หรือคัดลอกไฟล์เพื่อไปแจกจ่ายได้อีกด้วย แต่ใน Windows ME ก็ยัง
มีเฮกเกอร์เข้ามาขโมยลิขสิทธิ์และเจาะระบบ SAP ได้ จึงได้มีการพัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยการส่งข้อมูลจะส่งโดย
ไม่ได้ถอดรหัสจนกว่าจะผ่าน DRM Component เพื่อตรวจสอบความถูกต้องจึงจะสามารถเล่นเพลงได้ โดย
จะผ่านการขออนุญาตผ่านไฟล์ดิจิตอลที่เรียกว่า licence โดยภายใน licence  จะมีโค้ดสำหรับเปิดไฟล์
แพ็คเกจและระบุสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาต เมื่อ DRM ตรวจสอบว่าไฟล์นั้นต้องการ licence และผู้ใช้มี licence 
นั้นหรือไม่ ถ้ายังไม่มีจะแจ้งให้ขอ licence และเมื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้องแล้วเพลงนั้นถึงจะเปิดไฟล์เพลงนั้น
เล่นได้ นอกจากนี้ DRM ยังมีคุณลักษณะที่สำคัญ คือ ยอมให้ผู้ใช้ Backup licence  เก็บไว้ แล้วสามารถนำ
ไปใช้ยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ แต่การใช้ licence นั้นจะมีข้อจำกัดด้านจำนวนการใช้ หมายถึง จะใช้ได้
เฉพาะที่กำหนดไว้เท่านั้น ถ้าเกินกำหนดจะใช้การไม่ได้อีก ไฟล์เพลงนั้นจะหยุดการทำงานทันที
	Windows XP จึงมีส่วนสำคัญในธุรกิจด้านเพลงดิจิตอลหรือ MP3 เป็นอย่างมาก